บ่น!!
posted on 02 Mar 2009 19:35 by sindy.
คำเตือน : มันยาว ยาว ยาว และไร้สาระอย่างไม่มีที่ติ
เพราะคนเขียน มันกำลังบ้าเลยขั้นโคม่าเป็นขั้นซูปเปอร์ไซย่าไปแล้ว
![]()
![]()
ฤดูกาลสอบนี่ดูดพลังชีวิตกรุมากกว่าแรดๆวิ่งตามผช.เสียอีก -*-
อย่าคิด..อย่าคิดให้เปลืองสมองว่าคนอย่างอีซินจะอ่านหนังสือ ติวแนวข้อสอบ
สิ่งที่ทำคือ นอนเปื่อย...ขึ้นอืดอยู่บนที่นอน กินข้าว เข้าห้องน้ำ หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านสามบรรทัดแล้วก็ลงไปนอนอืดเหมือนเดิม-*-
ขนขี้เกียจขึ้นเต็มตัว นอนตายเป็นซากอ้อยอยู่ในบ้านตลอดวันหยุด
พอจะเข้าห้องสอบก็นั่งดูด เก็งข้อสอบจากเพื่อนมันหน้าห้องสอบนี่ล่ะ จำๆให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วก็เข้าห้องสอบ พออ่านโจทย์ไปประมาณหน้านึ้ง อีซินก็เข้าถึงพระอินทร์พยายามจะไม่พึงท่านแต่ก็พึงท่านอยู่ร่ำไป ไม่ว่าจะนอนดึกหรือนอนไม่ดึกอิซินก็จะหลับคาข้อสอบตลอดปี มีเวลาทำข้อสอบสามชั่วโมงครึ่ง อิซินหลับไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม ออกจากห้องสอบเป็นคนท้ายๆตลอด
ไม่ใช่ว่ากรุจะทำได้หรอกนะ แต่กรุทำไม่ทัน - -;
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อนอิซินทำประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่อาจารย์คุมสอบได้
มึนงง เพราะมันหลับ (ทุกคนคงคิดว่าแล้วไง เพราะอิซินเมิงก็หลับเหมือนกัน)
อ้าว..ก็มันไม่ธรรมดานะสิ มันหลับด้วยระบบเซอร์ราวด์ ดิจิตอลอะโดบี้ขี้จิงโจ้มากกก รอบทิศทางในระยะ 3 เมตร ได้ยินมันกรนหมด!! ทั้งทีเขาเพิ่งแจกข้อสอบให้มันไม่ถึงครึ่งชม. หรือว่าอาจารย์คุมสอบเขาจะเหม็นขี้หน้ามันเลยแจกข้อสอบเคลือบยาสลบให้มันดม -*-
พอเรียนขึ้นมาถึงจุดสูงสุด (ใช่สิเพราะกุเรียนชั้นบนสุด ไต่บันไดขึ้น 4 ชั้นรวดเล่นเอาหอบแด๊รก)ก็ได้ทำให้รู้ว่าเราต้องรับผิดชอบมากขึ้น จะเริ่มเข้าสู่สังคมที่ต้องเฉือดเฉื่อนกับคนอื่นๆในสังคม เพื่อนรอบตัวเราจะเริ่มเผยท่าแท้มาทีละคน คนที่ดีกับเรามาโดยตลอดเเล้วบางทีเบื้องหลังเขาก็เอาเราไปนินทา ตรงข้ามกับคนบางคนที่เราไม่ชอบขี้หน้า เกลียดแม้กระทั่งได้ยินขนหน้าแข้งมันกระดิกกลับเป็นคนที่หวังดีต่อเรา คอยช่อยเหลือเราในยามทุกข์
การเรียนในตอนนี้คุณจะไม่มีอาจารย์ค่อยมาตามจี้ให้ส่งงาน ไม่มีมาบังคับให้เราเข้าห้องเรียน เราต้องดูแลตัวเราเองตลอด อาจารย์ไม่ว่าถ้าคุณไม่เข้าเรียน เเต่ความรู้ที่คุณได้ก็มีแค่ 0 เมื่อคุณไม่เข้าเรียน
บอกให้เลยว่าไอ้อาการเรียนๆเล่นๆลันล้าไปวันๆมันทำไม่ได้แล้ววว
เมื่อตอนปีหนึ่งที่เขามหาวิทยาลัยมาได้เนี่ย คุณจะรู้สึกว่าโลกสดใส อะไรก็เเปลกใหม่ ผู้ชายที่หล่อๆให้มองก็มีมากมาย คู่เกย์ที่เข้ามาพลอตรักในห้องเรียนก็มีให้คุณดู
เซ็คชั่นวิชาเรียนที่เรียนกันทีละพันคนก็มีให้คุณเรียน จำได้ว่าตอนเรียนปีหนึ่งนั้น
อิซินตกใจกับอาคารเรียนบร.(บรรยายรวม)มากกกก เพราะ คุณจะได้เรียนหนังสือประหนึ่งว่าคุณได้ดูคอนเสริต์ อาจารย์จะมายืนเป็นลี เฮียวริ บางครั้งก็คิม จองกุก วัน(วู)แมนโชว์เดียวตลอด 3 ชม.ครึ่ง ให้คุณได้ดูและฟังกันจนตาแฉะ ถ้าคุณเบื่อคุณก็สามารถหลับ(เป็นที่มาของชื่อห้องบร.ย่อมาจาก"บรรทมรวม") ฟังเพลง หันไปคุยกันหรือแม้แต่นั่งกินข้าวยังได้(ถ้าคนข้างๆไม่หันมาสะกิดเพราะกลิ่นนะน่ะ) แล้วถ้าคุณไม่พอใจกับการเดี่ยวไมโครโฟนของอาจารย์คุณก็สามารถจะลุกออกจากห้องเรียนไปได้เลย แต่คุณก็พลาดการควิช(หรือสอบย่อยเพื่อเช็คชื่อ เพราะถ้าให้เช็คชื่อแบบยกมือ กว่าจะหมดห้องคงต้องรอกันจนเต่าเปียก) การขาดควิชก็เปรียบประหนึ่งว่าคุณไม่ได้มีตติ้งหลังเลิกคอนกับนักร้องนั่นแหละ ต่างกันอย่างเดียวคือคุณไม่ได้ไอ้นักร้องคนนี้มากหนักหรอก แต่คุณแค่อยากให้นักร้องคนนี้จำชื่อคุณได้ เพื่อที่ว่าเวลาเกรดจะออกเเล้วคะแนนคุณมันกำกิ่งระหว่าง F กับ D เนี่ย เขาเห็นสมควรว่าคุณควรจะได้อะไร
พอขึ้นมาเรียนปีสอง ขอบอกว่าพอถึงตอนนี้ถ้าไม่ใช่สอบอย่าหวังว่าจะเห็นอิซินใส่ชุดนศ. ใส่มันแต่ไปรเวทแฟชั่นโชว์โคเรียไปเรียนแม่งทุกวัน จนมีแต่คนนึกว่าเรียนอยู่พวกคณะการละคอน เพราะดูบ้าบอ ฟุ้งๆเพ้อๆกับชีวิต ช่วงชีวิตตอนนี้เรียนมังไม่เรียนมังแล้วแต่จะป่วยการเมือง ขนขี้เกียจเกาะเกี่ยวพันอีรุงตุงนังกับเตียงไว้แค่ไหน อาจารย์เช็คชื่อก็ลากสังขารไปเช็คชื่อเอาท้ายๆคาบ เรียนมาถึงตอนนี้จะเริ่มเรียนแต่วิชาเอก ก็จะเจอแค่เพื่อนในเอกกับอาจารย์ประจำเอกเป็นที่ต้องคุ้นหน้าคุ้นตากันไปจนกระทั่งเรียนจบ ในเอกอิซินก็มีทั้งหมด 22 คน น้อยมากๆ อาจารย์ก็มีวนเวียนกันอยู่ 5-6 คน ต้องนั่งจำว่าอาจารย์คนไหนชอบให้ตอบข้อสอบแบบไหน
บางคนชอบเเบบยาวๆเวิ้นเว้อเยอะ(ข้อสอบมี 3 ข้อ ให้กระดาษคำตอบมา 8 หน้า ก็คิดเอาเองแล้วกันว่าต้องเขียนยาวขนาดไหน) อีกคนชอบแบบสั้นๆได้ใจความ (ข้อละครึ่งบรรทัด ตัวหนังสือกรุเบียดกันเป็นคนบนรถเมล์ฟรี)
พอขึ้นปีสูงๆ คุณจะรู้ได้เลยว่าการเรียนไม่ได้ยากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้พวกเราขอบตาดำเป็นแพนด้า ขนหูหงอกนั่นคือ ข้อสอบ!! เพราะมันจะไม่ใช่แค่การท่องจำ มันจะเป็นเรื่องความเข้าใจในสิ่งที่คุณเรียนมา ว่าสามารถนำไปใช้ในกรณีที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร เขาจะไม่ถามว่า 1+1 เท่ากับอะไร แต่เขาจะถามว่า 2 มาได้อย่างไรอะไรคือเหตุผล ซึ่งกรุก็รู้แค่ว่า 1+1=2 ซึ่งการที่คุณจะตอบคำถามนี่ได้ คุณจะต้องรู้ว่าใครเป็นคนคิดค้นระบบนับเลข แล้วมันคิดได้ยังไง เมื่อไหร่ เพราะอะไร
เวลาที่เจอข้อสอบที่ไร ข้อสอบมันจะบอกในสิ่งที่เรารู้และถามในสิ่งที่เราไม่รู้เสมอ เรามักจะเคยชินกับการท่องจำ (แต่เมื่อมาเจอการที่ต้องมาให้เหตุผลแก่มันนี่ยากยิ่ง หรือยากเฉพาะกรุคนเดียว เอ๊ะ??)
การมาเรียนภูมิศาสตร์ก็ต้องมีการออกภาคสนามกันบ้าง เหนื่อยยิ่งกว่าตามผช.หลายแสนเท่าขอบอก!! ต้องไปยืนตากแดดคุยกับชาวนาซากอ้อยที่ทำหน้าเหมือนพวกกรุเป็นเเก๊งค์ไถ่เงิน บางคนถึงขั้นเห็นรถจอดปุ๊ป ขนจ๊อบคว้าเสียมแบร๊นมอเตอร์ไซค์หนีกันไปซึ่งๆหน้า -*- แล้วจะให้กรุยืนถามข้อมูลจากต้นข้าวหรือวัวที่ผูกอยู่หรือไงฟร่ะ
ร้อนก็ร้อนยังต้องมาตากตร่ำกางแผนที่อันเท่าบ้าน ถือเครื่องจีพีเอส หาจุดพิกัดว่ากรุยืนอยู่ตรงละติจูดไหนของโลก
แล้วต้องมานั่งมองว่าพื้นที่ที่รูปถ่ายดาวเทียมถ่ายได้เนี่ย สีแบบไหนคือพื้นที่อะไร...ซึ่งกุเรียนมาจนถึงป่านนี้กรุก็ยังไม่สามารถ
เคยมีคนถามบ่อยๆว่าเรียนจบแล้วจะทำอะไร กรุขอตอบตามตรงจากใจจริง
"กรุก็ไม่รุ้" ใช่ว่าเรียนจบแล้วต้องทำงานตรงสายที่เรียนมาเสียหน่อย ดูหน้ากรุสิคงจะสามารถใช้ดาวเทียมสร้างแผนที่ให้ประเทศไทยได้มั้ง ให้สร้างแผนที่ตามผู้ชายเกาหลีกรุคงสามารถมากกว่าเยอะ บางทีมันก็ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ชอบ
อิซินไม่ได้เลือกเรียนเพราะชอบแต่เรียนเพราะพ่อแม่เห็นสมควร แต่พอได้มาลองเรียนก็ได้รู้ว่า "เมื่อเราเข้าใจมัน เราก็จะรักมันไปเอง" ไม่งั้นกรุคงไม่ทนส่องกล้องจ้องแผนที่จนตาจะเข๋เพื่อให้มันเป็นสามมิติขึ้นมาหรอก เชื่อเถอะว่าเมื่อเราเริ่มเรียนรู้ เริ่มที่จะเปิดใจรับมันเข้ามา เราก็จะเริ่มรักมัน
ชีวิตเรียนตอนนี้ก็ลุ่มๆดอนๆ ประหนึ่งหมาหัดเดินสองขา ไต่คาบเส้นจะไทน์อยู่เนืองๆ แต่ก็ไม่เคยใส่ใจ(ได้ข่าวว่าน้ำหนักลดไป 6 กิโล -*-)
ตอนสอบกลางภาคของวิชานึ้ง เคยได้คะแนนเกือบมากที่สุด เพื่อนก็คิดว่ากรุคงจะฟัน B+ เเน่ๆ แต่ช่วงนั้นหนีเรียนไปตามผช.เกาหลีมากไปหน่อย สอบปลายภาคเน่า ได้แมว(C)มาวิ่งเล่นอยูในทรานสคริปซะงั้น ก็ไม่เคยที่จะนึกโทษใครได้นอกจากตัวเอง หลังจากนั้นก็พยายามฮึดไปเรียนวิชาที่มันเก็บเกรด(เพราะมันใช้เเรงกายมากกว่าสมอง) เรียนมากขึ้น เล่นให้น้อยลง ก็เรียนดีขึ้นมาติ๊ดนึ้ง เพราะกรุเป็นคนหัวไม่ดี ภาษาอังกฤษแค่พูดคำว่า "Can I Hug U" กับจียงได้ก็บุญแล้ว ซ้ำกรุยังขี้เกียจซะขนาดนี้มันก็สมควรเเล้ว
แต่อิซินก็ชอบชีวิตในตอนนี้มากเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น(?)
รู้จักโลกมากขึ้น ได้พบเจอผู้คนหลายรูปแบบ ได้สนุกได้เครียดเเค้น ได้รู้จักการวางตัวในสังคมที่แสนจะสับสนวุ่นวาย ได้ไปนั่งรอผู้ชายเข้าห้องน้ำ ได้ปีนรั้วเพื่อผู้ชาย ได้ไปให้เบอร์ยามเพื่อผู้ชาย วิ่งหน้าตั้งตัดหน้ารถกลางถนนก็ยังเคย ตื้อให้ผู้ชายกอดต่อหน้าประชาชนกุก็ยังเคย ไปให้ผู้ชายลวนลาม(?)กอดกรุต่อหน้ากล้องก็ยังมี แม้แต่เดินขึ้นลิฟท์ไปตามผช.แต่ไม่รุ้ว่าผช.อยู่ชั้นไหนก็ทำมาแล้ว เคยวิ่งตามผช.จนรองเท้าขาดมือถือหายก็ยังทำ เคยเบียดคนจนจะเป็นลมเพื่อได้เห็นผช.ใกล้ๆ เคยเนียนเป็นผู้สื่อข่าว เคยโก่งตูด ตะกายกำแพงถ่ายรูปผช. กลับมานั่งนึกๆดูชีวิตกรุก็ผ่านผช.มามากมาย (???) มีเพื่อนๆ พี่ๆที่เคารพและรู้สึกดีต่อกันมากมาย
ซินคิดว่ามันไม่ใช่แค่การบ้าดารา มันเหมือนกับการหาประสบการณ์ชีวิตมากกว่า มีทั้งเรื่องที่ทำให้ร้องไห้และเรื่องที่ทำให้เราดีใจจนตัวลอยทุกครั้งที่นึกถึง ไม่เคยนึกเสียใจที่ใช้ชีวิตแบบนี้เลย
ตอนนี้ก็กำลังตั้งใจเดินหน้า เอื้อมคว้ากระดาษแผ่นหนึ่งที่คนทั่วๆไปใช้เอาไว้ตัดสินคน ที่เรียกว่า"ปริญญา"อยู่ มันอาจจะช้ากว่าคนอื่น แต่มันก็มาพร้อมความรู้และวุฒิภาวะของอิซินที่เพิ่มตามมา(หรอ?)
555+ จากแรกๆบ่นเรื่องสอบ ไหงไปๆมาๆถึงบ่นอะไรยาวเหยียดขนาดนี้ว่ะเนี่ย -*- เหมือนคนแก่ที่ขี้บ่นเข้าพูดถึงเรื่องเก่าๆเข้าไปทุกวัน
เอาเป็นว่าขอบคุณและขอชื่นชมจากในจริงที่คุณอ่านมาถึงตรงนี้ได้
***************
ปล.1 พ่อขอบลูทูต รูปอุนยองกับจีฮเยที่หน้าจอโทรศัพท์ซินไปขึ้นหน้าจอตัวเองบ้าง
ปล.2 สอบวันสุดท้ายวันที่ 5 กรุณาชวนไปเที่ยวด่วนนนนน
ปล.3 อยากกินเค้กกกก อยากกินอาหารญี่ปุ่น >[]<
ปล.4 กรุพลาดทุกคอน พลาดทุกวง คิดถึงผช.TTATT/
ปล.5 คิดถึ้งอิซินไหม ซินคิดถึงทุกคนมอร์ๆ


ทำไมมันเน่าเยี่ยงนี้ -*-
#1 By ♥†ÁèŠ|n™ on 2009-03-02 20:24